ตู้เชื่อมมี 4 ระบบ MMA MIG TIG CUT เลือกแบบไหนให้ตรงงาน

ตู้เชื่อมมี 4 ระบบ MMA MIG TIG CUT เลือกแบบไหนให้ตรงงาน

จะซื้อตู้เชื่อมทั้งที คำถามแรกไม่ใช่ “ยี่ห้อไหนดี” แต่คือ “งานของเราต้องใช้ระบบไหน” — เพราะตู้แต่ละระบบเกิดมาเพื่องานคนละแบบ ซื้อผิดระบบต่อให้แพงแค่ไหนก็ทำงานไม่ได้ ตอนแรกของซีรีส์นี้พาไปรู้จักทั้ง 4 ระบบหลัก

1. ตู้เชื่อมธูป (MMA/ARC) — เริ่มต้นง่าย อึดสุด

ระบบพื้นฐานที่สุด ใช้ธูปเชื่อมจุดอาร์ก ไม่ต้องใช้แก๊ส ลมพัดไม่กลัว เหมาะกับงานเหล็กทั่วไป งานซ่อม งานสนาม งานโครงสร้าง — ข้อเสียคือมีสแลกต้องเคาะ ควันเยอะ และเชื่อมเหล็กบางยาก (ทะลุง่าย) ราคาตู้อินเวอร์เตอร์เริ่มหลักพัน เป็นตู้แรกของช่างเกือบทุกคน

2. ตู้ MIG/MAG (CO2) — เร็วสุด เหมาะงานต่อเนื่อง

ป้อนลวดอัตโนมัติจากม้วน เชื่อมได้เร็วกว่าธูปหลายเท่า แนวเรียบ เก็บงานน้อย เหมาะกับงานผลิต เฟอร์นิเจอร์เหล็ก ประตูรั้ว อู่ต่อตัวถัง — ต้องมีถังแก๊ส CO2 (หรือใช้ลวดฟลักซ์คอร์แบบไม่ใช้แก๊ส) และอุปกรณ์เยอะกว่า ดูรายละเอียดหัวเชื่อมกับอะไหล่ได้ในคู่มือสายเชื่อม MIG

3. ตู้ TIG (อาร์กอน) — งานละเอียด แนวสวยสุด

ใช้ทังสเตนจุดอาร์กแล้วเติมลวดด้วยมือ คุมความร้อนได้ละเอียดที่สุด แนวเงาเป็นเกล็ดปลาสวยงาม เหมาะกับสเตนเลส งานบาง งานท่อ งานโชว์แนว — ช้ากว่า MIG มากและต้องใช้ฝีมือ ถ้าจะเชื่อมอลูมิเนียมต้องเลือกตู้ที่มี ไฟ AC เท่านั้น ดูคู่มืออุปกรณ์เชื่อมอาร์กอน

4. เครื่องตัดพลาสม่า (CUT) — ไม่ใช่ตู้เชื่อม แต่คู่กัน

ใช้ลมอัด+อาร์กตัดเหล็ก/สเตนเลส/อลูมิเนียมได้เร็วและแนวเรียบกว่าตัดแก๊สในงานแผ่นไม่หนามาก ร้านทำเหล็กส่วนใหญ่มีคู่กับตู้เชื่อมเสมอ อะไหล่สิ้นเปลืองดูได้ที่หน้าอะไหล่พลาสม่า

สรุปเลือกยังไง

  • งานซ่อมทั่วไป/งานสนาม/เริ่มหัดเชื่อม → ตู้ธูป (MMA)
  • งานผลิตต่อเนื่อง เชื่อมเยอะ เอาเร็ว → MIG
  • สเตนเลส งานบาง เอาแนวสวย → TIG (อลูมิเนียม = TIG AC)
  • เน้นตัดมากกว่าเชื่อม → พลาสม่า
  • อยากได้ครบในเครื่องเดียว → ตู้ multi-process (MIG/MMA/TIG) — จะเจาะลึกใน EP.4

ยังลังเลว่างานของคุณควรใช้ระบบไหน ทักมาเล่างานให้ฟังที่ @happym เดี๋ยวช่วยเลือกให้ตรงทั้งงานและงบครับ · ตอนถัดไป: แอมป์จริง แอมป์โฆษณา และ Duty Cycle อ่านยังไงไม่ให้โดนหลอก