บทความ 0 items in cart
น็อต สกรู และโซ่

เกลียวหยาบ กับ เกลียวละเอียด ต่างกันยังไง เลือกใช้เมื่อไหร่

เกลียวหยาบ กับ เกลียวละเอียด ต่างกันยังไง เลือกใช้เมื่อไหร่
สรุปสั้น (TL;DR): เกลียวหยาบ เกลียวละเอียด ต่างกันที่ระยะเกลียว เช่น M10 หยาบ 1.5 มม. ละเอียด 1.25 มม. · เกลียวหยาบเป็นมาตรฐานงานทั่วไป ประกอบเร็ว ทนเกลียวช้ำ ส่วนเกลียวละเอียดแข็งแรงกว่าเล็กน้อย ปรับตั้งละเอียด เหมาะผนังบางและชิ้นส่วนรถยนต์ แต่ปีนเกลียวง่าย · ถ้าเขียนแค่ “M10” คือเกลียวหยาบ และห้ามขันผสมกัน

สกรู M10 สองตัวหน้าตาเหมือนกัน แต่เอาน็อตตัวเดียวกันไปขัน ตัวหนึ่งหมุนลื่น อีกตัวเข้าได้รอบเดียวแล้วติด สาเหตุคือ ระยะเกลียวไม่เท่ากัน — ตัวหนึ่งเป็นเกลียวหยาบ อีกตัวเป็นเกลียวละเอียด บทความนี้อธิบายว่าเกลียวหยาบ เกลียวละเอียด ต่างกันยังไง แต่ละแบบเหมาะกับงานไหน และดูยังไงไม่ให้ซื้อผิด

ระยะเกลียวหยาบ-ละเอียด ต่างกันตรงไหน

ระยะเกลียว (pitch) คือระยะจากสันเกลียวหนึ่งถึงสันถัดไป เกลียวเมตริกขนาดเดียวกันมีระยะเกลียว “หยาบ” หนึ่งค่าเป็นมาตรฐานหลัก และมี “ละเอียด” อีกหนึ่งหรือหลายค่าเป็นทางเลือก เกลียวละเอียดมีสันถี่กว่า หมุนหนึ่งรอบน็อตเลื่อนไปน้อยกว่า

หยาบM10×1.5~6.7ละเอียดM10×1.258เกลียว/10 มม.ช่วงยาว 10 มม.

ขนาด เกลียวหยาบ (มาตรฐาน) เกลียวละเอียดที่พบบ่อย ละเอียดแบบอื่นที่มีในมาตรฐาน
M6 1.0 0.75 —
M8 1.25 1.0 0.75
M10 1.5 1.25 1.0 · 0.75
M12 1.75 1.5 · 1.25 1.0
M14 2.0 1.5 1.25 · 1.0
M16 2.0 1.5 1.0
M18 2.5 1.5 2.0 · 1.0
M20 2.5 1.5 2.0 · 1.0

หน่วยเป็นมิลลิเมตร อ้างอิงระบบเกลียวเมตริก ISO · ตามธรรมเนียมการเรียกขนาด ถ้าเขียนแค่ “M10” หมายถึงเกลียวหยาบ 1.5 มม. ถ้าเป็นเกลียวละเอียดต้องระบุระยะเกลียวต่อท้าย เช่น “M10×1.25”

ข้อดี-ข้อเสีย เทียบกันทีละเรื่อง

เรื่อง เกลียวหยาบ เกลียวละเอียด
ความเร็วในการประกอบ เร็ว รอบน้อย ช้ากว่า ต้องหมุนหลายรอบกว่า
โอกาสขันปีนเกลียว / ล้มเกลียว น้อย ตั้งเกลียวง่าย มากกว่า ต้องตั้งให้ตรงก่อนขัน
ทนเกลียวบุบ สกปรก สีหรือผิวชุบหนา ดีกว่า แย่กว่า เศษนิดเดียวก็ฝืด
ขันเข้าวัสดุอ่อน/เปราะ (อะลูมิเนียม เหล็กหล่อ) ดีกว่า เนื้อระหว่างเกลียวหนา เสี่ยงเกลียวรูด ต้องให้เกลียวกินลึกกว่า
ความแข็งแรงรับแรงดึง (ขนาดเท่ากัน) มาตรฐาน สูงกว่าเล็กน้อย ราว 5–10% เพราะแกนเกลียวโตกว่า
การคลายตัวจากแรงสั่น พอใช้ ดีกว่าเล็กน้อย เพราะมุมเกลียวลาดกว่า
การปรับตั้งละเอียด หยาบ ปรับได้ละเอียด หนึ่งรอบเลื่อนน้อย
ผนังบาง / ท่อ / แป้นเกลียวบาง ได้จำนวนเกลียวน้อย ได้จำนวนเกลียวมากกว่าในความหนาเท่ากัน
หาซื้อ ง่าย มีทุกร้าน ต้องสั่งเฉพาะ หลายขนาดหายาก
การติดตายของสแตนเลส (galling) เสี่ยงน้อยกว่า เสี่ยงมากกว่า

เรื่องกันคลายจากแรงสั่น เกลียวละเอียดช่วยได้จริงแต่ไม่มาก ตัวชี้ขาดคือ ขันให้ได้แรงตึงพอ และใช้อุปกรณ์ล็อคที่เหมาะ ถ้าปัญหาคือน็อตคลาย ลองดูน็อตล็อคกันคลายแบบต่าง ๆก่อนจะเปลี่ยนไปใช้เกลียวละเอียด

เลือกใช้เมื่อไหร่

เกลียวหยาบ เป็นตัวเลือกพื้นฐานของงานทั่วไปเกือบทั้งหมด — งานโครงเหล็ก งานติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ งานยึดเครื่องจักรทั่วไป งานขันเข้าอะลูมิเนียมหรือเหล็กหล่อ และงานกลางแจ้งที่เกลียวอาจเลอะฝุ่นหรือสนิม เพราะประกอบเร็ว ทนเกลียวช้ำ และหาอะไหล่ง่าย

เกลียวละเอียด ใช้เมื่อมีเหตุผลเฉพาะ เช่น

  • ชิ้นส่วนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ — น็อตล้อ ปลั๊กถ่ายน้ำมัน หัวเทียน และจุดยึดเครื่องยนต์หลายจุด (ระยะเกลียวต่างกันตามยี่ห้อรถ ต้องเช็คของเดิมหรือคู่มือเสมอ)
  • งานปรับตั้ง — สกรูตั้งระยะ ตัวปรับระดับ ที่ต้องการเลื่อนทีละน้อย
  • ผนังบาง หรือท่อ — ทำเกลียวบนท่อหรือแผ่นบาง ที่เกลียวหยาบจะได้จำนวนเกลียวน้อยเกินไป
  • งานที่ต้องการความแข็งแรงสูงในขนาดจำกัด — เมื่อขยายขนาดสกรูไม่ได้ เกลียวละเอียดเพิ่มความแข็งแรงได้เล็กน้อย

งานซ่อม ให้ยึดตามของเดิมเสมอ ห้ามเปลี่ยนจากเกลียวละเอียดเป็นเกลียวหยาบหรือกลับกัน เว้นแต่จะต๊าปรูเกลียวใหม่ทั้งชุด

ดูยังไงว่าเป็นเกลียวหยาบหรือละเอียด

  1. อ่านขนาดที่ระบุ — “M12” เฉย ๆ คือเกลียวหยาบ 1.75 · “M12×1.5” หรือ “M12×1.25” คือเกลียวละเอียด
  2. หวีวัดเกลียว — ทาบใบที่ฟันแนบสนิทไม่มีแสงลอด อ่านค่าบนใบได้เลย
  3. ไม้บรรทัดนับ 10 เกลียว — M10 เกลียวหยาบ 10 เกลียวยาว 15 มม. เกลียวละเอียด 1.25 ยาว 12.5 มม. ต่างกันพอสังเกตได้
  4. เทียบกับน็อตที่รู้ระยะเกลียว — หมุนด้วยมือ ถ้าลื่นหลายรอบคือตรงกัน ถ้าเข้ารอบเดียวแล้วฝืดแปลว่าไม่ตรง

ห้ามผสมกัน — ขันฝืนแล้วพังทั้งคู่

น็อตเกลียวหยาบกับสกรูเกลียวละเอียดขนาด M เดียวกัน มักขันเข้าได้ราวหนึ่งรอบแล้วฝืด เพราะสันเกลียวเริ่มเหลื่อมกัน ถ้าใช้ประแจฝืนต่อ เกลียวจะถูกรีดจนเสียทั้งสกรูและน็อต หรือรูเกลียวในชิ้นงานพัง ถ้าเป็นสแตนเลสอาจติดตายคาที่ ในงานรถยนต์อย่างน็อตล้อ การใส่ผิดระยะเกลียวเป็นเรื่องอันตราย เพราะน็อตอาจดูเหมือนขันแน่นแต่เกลียวกินกันแค่ไม่กี่สัน

เกลียวนิ้ว (หุน) ก็มีแบบหยาบกับละเอียดเหมือนกัน เรียกว่า UNC กับ UNF เช่น 1/4 นิ้ว UNC มี 20 เกลียวต่อนิ้ว ส่วน UNF มี 28 เกลียวต่อนิ้ว · 3/8 นิ้ว UNC 16 / UNF 24 · 1/2 นิ้ว UNC 13 / UNF 20 — และยังมีระบบเกลียวนิ้วอื่นอีก วิธีแยกเกลียวมิลกับเกลียวหุนอ่านได้ในบทความเกลียวมิล กับ เกลียวหุน

สกรู น็อต และสตัดเกลียวมิลที่ขายทั่วไป รวมถึงในร้าน ถ้าชื่อสินค้าไม่ได้ระบุระยะเกลียวต่อท้าย เป็นเกลียวหยาบตามมาตรฐาน — งานที่ต้องการเกลียวละเอียดหรือไม่แน่ใจ ถามทาง LINE ก่อนสั่ง

สรุป

เกลียวหยาบ คือมาตรฐานของงานทั่วไป ประกอบเร็ว ทนเกลียวช้ำ เหมาะวัสดุอ่อนและงานกลางแจ้ง หาซื้อง่าย · เกลียวละเอียด แข็งแรงกว่าเล็กน้อย ปรับตั้งได้ละเอียด เหมาะผนังบางและชิ้นส่วนรถยนต์ แต่ปีนเกลียวง่ายและต้องสะอาด · ขนาดที่เขียนแค่ “M10” คือเกลียวหยาบ ถ้าละเอียดต้องมี “×ระยะเกลียว” ต่อท้าย · ห้ามผสมกัน งานซ่อมให้ยึดตามของเดิม

สินค้าที่ใช้ในบทความนี้: น็อต-สกรู สแตนเลส · สตัดเกลียวตลอด สแตนเลส 304 M10 · น็อต สกรู โซ่ และอุปกรณ์เกลียว


Happy Metal จำหน่ายน็อต สกรู สตัดเกลียวตลอด และอุปกรณ์เกลียว ทั้งเกลียวมิลและเกลียวหุน — ส่งรูปหรือค่าที่วัดได้มาให้ช่วยเช็คระยะเกลียว — ปรึกษาได้ที่ LINE @happym หรือโทร 085-926-9797

คำถามที่พบบ่อย

M10 กับ M10×1.25 ใช้น็อตตัวเดียวกันได้ไหม

ไม่ได้ — M10 คือเกลียวหยาบระยะ 1.5 มม. ส่วน M10×1.25 เป็นเกลียวละเอียด ขันเข้ากันได้ราวรอบเดียวแล้วจะฝืด ถ้าฝืนจะทำให้เกลียวเสียทั้งคู่ ต้องใช้น็อตที่ระยะเกลียวตรงกัน

เกลียวละเอียดกันน็อตคลายได้ดีกว่าจริงไหม

ดีกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ตัวชี้ขาด — ปัจจัยหลักที่กันน็อตคลายคือการขันให้ได้แรงตึงพอและใช้อุปกรณ์ล็อคที่เหมาะ เช่น น็อตล็อคหรือน้ำยากันคลาย การเปลี่ยนเป็นเกลียวละเอียดอย่างเดียวช่วยได้ไม่มาก

สกรูที่ขายทั่วไปเป็นเกลียวหยาบหรือละเอียด

ส่วนใหญ่เป็นเกลียวหยาบ — ถ้าขนาดเขียนแค่ M8, M10, M12 โดยไม่มีตัวเลขระยะเกลียวต่อท้าย ถือเป็นเกลียวหยาบมาตรฐาน เกลียวละเอียดมักพบในชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องจักรเฉพาะทาง และต้องระบุตอนสั่งซื้อ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม? แชร์ให้เพื่อนช่างได้เลย