ที่ร้านฮาร์ดแวร์วางอยู่ใกล้กัน หน้าตาเป็นหลอดยิงเหมือนกัน แต่ ซิลิโคน กับ กาวตะปู (กาวก่อสร้าง) ทำคนละหน้าที่ ใช้ผิดงานคือเสียของ
หน้าที่หลักต่างกัน
| ซิลิโคน | กาวตะปู / กาวก่อสร้าง | |
|---|---|---|
| งานหลัก | ยาแนว กันน้ำ | ยึดชิ้นงานให้แน่น |
| ความยืดหยุ่น | สูง ยืดหดตามรอยต่อ | ต่ำกว่า เน้นแข็งแรง |
| แรงจับเริ่มต้น | ต่ำ | สูง จับเร็ว |
| กันน้ำ/ทนแดด | ดีมาก | แล้วแต่สูตร มักด้อยกว่า |
| ทาสีทับ | ไม่ได้ | หลายสูตรได้ |
เมื่อไรใช้ซิลิโคน
- ยาแนวรอยต่อกันน้ำ — ห้องน้ำ ครัว กระจก หน้าต่าง
- รอยต่อที่ขยับตัวและต้องยืดหยุ่น
- งานที่ต้องการความทนแดดทนฝนระยะยาว
เมื่อไรใช้กาวตะปู
- ติดบัว ติดแผ่นผนัง ติดกระเบื้อง ติดวัสดุตกแต่งเข้ากับผนัง
- งานที่ต้องการแรงจับทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องค้ำนาน
- งานยึดที่ไม่เน้นกันน้ำหรือการยืดหยุ่น
แล้วยาแนวไฮบริดล่ะ
ยาแนวไฮบริด (MS Polymer) อยู่ตรงกลาง — ยึดแน่นแบบกาวก่อสร้างได้ กันน้ำและยืดหยุ่นแบบซิลิโคนได้ อีกทั้งทาสีทับได้ จึงเป็นตัวเลือกดีสำหรับงานที่ต้อง “ทั้งยึดทั้งยาแนว” แต่ราคาสูงกว่า
สรุปเลือกยังไง
- งานเน้นกันน้ำ + ยืดหยุ่น → ซิลิโคน
- งานเน้นยึดแน่น + จับเร็ว → กาวตะปู
- งานต้องทั้งยึดทั้งกันน้ำ + ทาสีทับ → ไฮบริด
ดูรายละเอียดยาแนวแต่ละกลุ่มได้ที่ คู่มือเลือกซิลิโคน & ยาแนว
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ซิลิโคนติดบัวผนังแทนกาวตะปูได้ไหม?
ไม่แนะนำครับ ซิลิโคนมีแรงจับเริ่มต้นต่ำ ชิ้นงานจะเลื่อนหรือหลุดก่อนบ่มตัว งานติดบัวหรือแผ่นผนังควรใช้กาวตะปูที่จับเร็ว หรือยาแนวไฮบริดที่ยึดแน่นกว่า
ใช้กาวตะปูยาแนวกันน้ำห้องน้ำได้ไหม?
ไม่ควรครับ กาวตะปูเน้นแรงยึดไม่ได้เน้นกันน้ำและความยืดหยุ่น รอยต่อห้องน้ำที่โดนน้ำและขยับตัวควรใช้ซิลิโคนสูตรกันเชื้อรา
อยากได้ทั้งยึดแน่นและกันน้ำใช้อะไร?
ยาแนวไฮบริด (MS Polymer) ตอบโจทย์นี้ เพราะยึดแน่นแบบกาวก่อสร้าง กันน้ำและยืดหยุ่นแบบซิลิโคน และยังทาสีทับได้ แต่ราคาสูงกว่าทั้งสองอย่าง




