เกจ์แก๊สมีลูกลอยบอกอัตราไหลก็จริง แต่ช่างจำนวนมากตั้งตามความรู้สึก — เปิดแรงไว้ก่อนเผื่อเหลือเผื่อขาด ซึ่งนอกจากเปลืองแก๊สฟรีแล้ว ยังทำให้แนวเชื่อมแย่ลงได้ด้วย
ค่าที่แนะนำ
- TIG งานบาง (ทังสเตน 1.6) — 6–8 ลิตร/นาที
- TIG ทั่วไป (ทังสเตน 2.4) — 8–10 ลิตร/นาที
- MIG เหล็ก — 10–15 ลิตร/นาที
- MIG อลูมิเนียม / ฟลักซ์คอร์ใช้แก๊ส — 15–20 ลิตร/นาที
หลักคร่าวๆ: นอซเซิลยิ่งโต กระแสยิ่งสูง ยิ่งต้องไหลมากขึ้น
เปิดน้อยเกิน — แนวเป็นตามด
แก๊สคลุมไม่พอ อากาศแทรกเข้าแนวหลอม เกิดรูพรุน (porosity) เห็นเป็นจุดดำๆ หรือฟองในแนว ความแข็งแรงหายไปมาก สังเกตง่าย: เชื่อมแล้วมีเสียงแตกปะทุผิดปกติ แนวสีหมองไม่เงา
เปิดมากเกิน — ก็เป็นตามดเหมือนกัน!
ข้อนี้หลายคนไม่รู้ — เปิดเกิน ~20–25 ลิตร/นาที กระแสแก๊สจะแรงจนเกิดการหมุนวน (turbulence) ที่ปลายนอซเซิล ดูดอากาศรอบนอกเข้ามาปนในม่านแก๊สเอง ผลคือแนวเป็นตามดทั้งที่แก๊สเต็มถัง แถมถังหมดเร็วขึ้นเท่าตัว
อย่าลืมตัวแปรหน้างาน
- ลมพัด — งานกลางแจ้งลมแรง ม่านแก๊สโดนเป่ากระจาย ให้บังลมก่อน ถ้าบังไม่ได้ให้เพิ่มอัตราไหลขึ้นอีกนิด หรือเปลี่ยนไปใช้ลวดฟลักซ์คอร์แบบไม่ใช้แก๊สไปเลย
- พัดลมในโรงงาน — พัดลมตัวใหญ่เป่าตรงจุดเชื่อมก็ทำแนวพังได้ ปรับทิศก่อนเชื่อม
- ระยะนอซเซิลถึงชิ้นงาน — ยิ่งห่างม่านแก๊สยิ่งบาง พยายามคุมระยะ 8–12 มม.
ตั้งค่าแอมป์+อัตราไหลตามความหนาชิ้นงานได้จากเครื่องคำนวณกระแสเชื่อม และลองคำนวณดูว่าที่อัตราไหลนี้ ถังของคุณใช้ได้กี่ชั่วโมงที่เครื่องคำนวณเวลาใช้แก๊ส — เกจ์วัดอัตราไหลไม่เที่ยง ลูกลอยค้าง แวะมาเช็คหรือเปลี่ยนที่ร้านได้ ทัก @happym ครับ

