สแตนเลสสีทอง สแตนเลสสีโรสโกล์ด สแตนเลสสีดำ เค้าทำกันได้อย่างไร

กระบวนการทำสีสแตนเลสยอดนิยม

1. PVD Coating (Physical Vapor Deposition)

เป็นเทคนิคการเคลือบผิวด้วยไอระเหยทางกายภาพ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในอุตสาหกรรม เนื่องจากให้สีที่สวยงาม ทนทานต่อการขีดข่วน และมีอายุการใช้งานยาวนาน PVD Coating สามารถสร้างสีสันได้หลากหลาย เช่น สีทอง สีทองแดง สีดำ สีน้ำเงิน และสีอื่นๆ อีกมากมาย

ดูคลิปตอนอบ PVD

PVD นิยมเอามาทำสี สแตนเลสสีทองมาก และยังทำสีอื่นๆได้อีกเช่น สีโรสโกล์ด พิงค์โกล์ด หรือพวกทำก็ทำได้

2. Powder Coating

เป็นการเคลือบผิวด้วยผงสีแห้ง แล้วนำไปอบด้วยความร้อนสูง ทำให้ผงสีหลอมละลายและเคลือบติดแน่นกับผิวสแตนเลส ข้อดีของ Powder Coating คือ มีสีให้เลือกมากมาย ทนทานต่อการกัดกร่อน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3. การทาสี/พ่นสี

เป็นวิธีการทำสีที่ง่ายและประหยัด สามารถใช้ได้ทั้งสีน้ำและสีน้ำมัน แต่สีที่ได้อาจไม่ทนทานเท่ากับเทคนิคอื่นๆ และอาจต้องมีการทาซ้ำเป็นระยะ

4. Electroplating

หรือการชุบเคลือบด้วยไฟฟ้า เป็นเทคนิคการเคลือบผิวด้วยโลหะ เช่น ทอง เงิน หรือโครเมียม เพื่อเพิ่มความสวยงามและความทนทาน

5. Anodizing

เป็นการเคลือบผิวด้วยกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดชั้นออกไซด์ที่มีความแข็งและทนทานสูง สามารถสร้างสีสันได้หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะใช้กับอะลูมิเนียมมากกว่าสแตนเลส

6. การพิมพ์ลาย

สามารถใช้เทคนิคการพิมพ์ต่างๆ เช่น การพิมพ์ซิลค์สกรีน หรือการพิมพ์ดิจิตอล เพื่อสร้างลวดลายหรือภาพกราฟิกบนสแตนเลส

7. เลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับงานของคุณ

การเลือกเทคนิคการทำสีสแตนเลสที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น งบประมาณ ความทนทานที่ต้องการ สีสันที่ต้องการ และลักษณะการใช้งาน หากคุณไม่แน่ใจว่าควรเลือกเทคนิคใด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ

ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคนิคใด การทำสีสแตนเลสจะช่วยเพิ่มความสวยงามและความมีเอกลักษณ์ให้กับงานออกแบบของคุณอย่างแน่นอน ลองสำรวจความเป็นไปได้ต่างๆ และสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร!

สแตนเลสแท้หรือไม่แท้? ดูได้อย่างไร? เช็คยังไง?

หัวขุน สแตนเลส แท้

การตรวจสอบว่าเป็นสแตนเลสแท้หรือไม่สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้:

  1. ทดสอบด้วยแม่เหล็ก: สแตนเลสแท้ส่วนใหญ่ไม่ดึงดูดแม่เหล็ก (เช่น 304) แต่บางประเภท (เช่น 430) ยังสามารถดึงดูดได้ ดังนั้นหากไม่ดึงดูดแม่เหล็กมีความเป็นไปได้ว่าเป็นสแตนเลสแท้ แต่หากดึงดูดไม่สามารถแน่นอนได้ว่าเป็นปลอม
  2. การตรวจสอบสนิม: สแตนเลสแท้จะม resist ต่อการเกิดสนิมดีกว่าเหล็กหรือสแตนเลสปลอม
  3. การตรวจสอบด้วยผลิตภัณฑ์เคมี: มีสารเคมีเฉพาะที่สามารถใช้ทดสอบสแตนเลสได้ หากต้องการให้เป็นการทดสอบแบบมืออาชีพ
  4. ตรวจสอบด้วยสายตา: พิจารณาผิวของสแตนเลส สแตนเลสแท้มีความเงางามและสม่ำเสมอ แต่อาจยังต้องขึ้นกับคุณภาพและการประกวดผลิตภัณฑ์ด้วย
  5. ข้อมูลจากผู้ผลิต: หากมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตหรือแบรนด์ สามารถตรวจสอบข้อมูลนั้นได้

ทั้งนี้การทดสอบด้วยแม่เหล็กเป็นวิธีที่ง่ายและเร็ว แต่ก็อาจไม่แน่นอน 100% การเชื่อมโยงผลการทดสอบหลายวิธีเข้าด้วยกันจะช่วยให้มั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น.

1. สแตนเลสแท้จะไม่ขึ้นสนิม ใช่หรือไม่?

ไม่เป็นไปตามนั้นเสมอไป. สแตนเลสมีความต้านทานต่อการเกิดสนิมมากกว่าเหล็กทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดสนิมเลยในทุกสภาวะ.

มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้สแตนเลสเกิดสนิม:

  1. ประเภทของสแตนเลส: บางประเภทของสแตนเลสมีการต้านทานต่อสนิมได้ดีกว่าประเภทอื่น ๆ. เช่น สแตนเลสประเภท 304 และ 316 มีความต้านทานต่อสนิมมากกว่าประเภท 430 เนื่องจากมีส่วนผสมของโครเมียมและนิกเกิลที่สูง.
  2. สภาวะแวดล้อม: สแตนเลสในสภาวะที่มีความชื้นสูง, สภาพทางเกลือหรือสารเคมีที่รุนแรงอาจทำให้เกิดสนิม.
  3. การดูแลรักษา: การล้างหรือทำความสะอาดสแตนเลสโดยไม่ใช้วิธีที่เหมาะสม หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารเคมีที่รุนแรงอาจทำให้สแตนเลสเกิดสนิม.
  4. การติดตั้ง: หากสแตนเลสถูกติดตั้งในที่ที่มีการสัมผัสกับเหล็กหรือวัสดุอื่น ๆ ที่อาจมีสนิม, การสนิมนั้นอาจจะขยายตัวไปยังสแตนเลส.

ดังนั้น, ถึงแม้สแตนเลสจะมีความต้านทานต่อสนิมมากกว่าวัสดุอื่น ๆ, แต่ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสนิมในบางสภาวะ. การดูแลและการรักษาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สแตนเลสยืนยาวนานและป้องกันการเกิดสนิม.

2. สภาวะแวดล้อมใดไม่เหมาะกับสแตนเลส ทำให้สแตนเลสเกิดสนิมได้

สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับสแตนเลสและอาจทำให้สแตนเลสเกิดสนิมได้ดังนี้:

  1. สภาพทางเกลือหรือสิ่งทะเล: สแตนเลสในที่ติดทะเลหรือใกล้เขตชายฝั่งจะได้รับการโจมตีจากสิ่งเกลือ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสนิม, โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลมที่พัดผ่านมาจากทะเล.
  2. สภาวะที่มีความเป็นกรด: สภาพแวดล้อมที่มีการปล่อยก๊าซหรือของเหลวที่เป็นกรด, เช่น ในโรงงานเคมี หรือสภาวะที่มีความเป็นกรดจากฝนกรด.
  3. สภาวะที่มีความชื้นสูง: พื้นที่ที่มีความชื้นสูง, เช่น ในห้องน้ำหรือพื้นที่ที่ไม่มีการระบายอากาศดี ๆ, สามารถทำให้สแตนเลสเกิดสนิมได้.
  4. การสัมผัสกับวัสดุอื่น: หากสแตนเลสสัมผัสกับเหล็กหรือวัสดุที่มีการเกิดสนิม, การสนิมนั้นอาจจะขยายตัวไปยังสแตนเลส.
  5. ฝุ่นอุตสาหกรรม: ฝุ่นที่มาจากโรงงานหรือสภาวะอุตสาหกรรมอาจมีสารเคมีที่ทำให้สแตนเลสเกิดสนิม.
  6. การสัมผัสกับสารเคมี: สารเคมีบางประเภท, เช่น คลอไรด์, ซัลฟัต, และฮาโลจีนส์ สามารถทำให้สแตนเลสเกิดสนิมได้ ซึ่งมักพบในสารล้างจาน, น้ำยาทำความสะอาด, หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ.

ดังนั้น, การเลือกใช้ประเภทของสแตนเลสที่เหมาะสมสำหรับสภาวะแวดล้อมที่จะใช้งาน, การดูแลรักษา, และการป้องกันสภาวะแวดล้อมเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสนิมบนสแตนเลส

3. หากเกิดสนิมที่สแตนเลส 304 ต้องทำอย่างไร?

หากเกิดสนิมบนสแตนเลสประเภท 304, ควรจัดการด้วยวิธีดังนี้:

  1. การล้างด้วยน้ำและสบู่: ใช้น้ำอุ่นและสบู่ไม่รุนแรง ล้างและขัดด้วยผ้าหรือฟองน้ำที่ไม่ทำร้ายผิวของสแตนเลส. จากนั้น, ล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดแห้งด้วยผ้าเช็ดที่ไม่ทิ้งคราบ.
  2. การใช้วิธีทางเคมี: ในกรณีที่สนิมมีมากหรือยากต่อการขัด, สามารถใช้น้ำยาล้างสแตนเลสเฉพาะที่มีในตลาด. ต้องอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานและเตือนภัยที่อยู่บนฉลากของผลิตภัณฑ์ด้วย.
  3. การใช้กรดนิตริก: สำหรับการขัดสนิมแบบเฉพาะ, สามารถใช้ผสมน้ำของกรดนิตริกเพื่อช่วยล้างสนิมออก. หลังจากการใช้, ต้องล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งทันที.
  4. ป้องกันการเกิดสนิมในอนาคต: หลังจากการทำความสะอาด, การใช้น้ำมันเพื่อประมาณผิวสแตนเลสหรือใช้สเปรย์ป้องกันสนิมสำหรับสแตนเลส สามารถช่วยในการป้องกันการเกิดสนิมในอนาคต.
  5. หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่คม: ไม่ควรใช้สกอตไบร์ทหรือวัสดุที่สากคมในการขัดสแตนเลส เนื่องจากมันอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนและทำลายผิวของสแตนเลส.

ที่สำคัญ, ต้องแน่ใจว่าเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการทำความสะอาดเหมาะสมสำหรับสแตนเลสและไม่ทำร้ายผิวของมัน.

4. ทำอย่างไรให้สแตนเลส สวยและเงางาม?

การทำให้สแตนเลสสวยและเงางามต้องใช้วิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง โดยคำแนะนำข้างล่างนี้:

  1. การล้างบ่อย ๆ: ล้างสแตนเลสอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำและสบู่ไม่รุนแรง โดยใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำ. ล้างและเช็ดให้แห้งทันทีเพื่อป้องกันคราบน้ำแร่ที่จะทำให้เกิดคราบจุด.
  2. หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง: ไม่ควรใช้สารเคมีที่รุนแรงหรือมีคลอไรด์ ซึ่งอาจทำลายผิวสแตนเลส.
  3. ใช้น้ำยาทำความสะอาดสแตนเลส: มีน้ำยาล้างสำหรับสแตนเลสเฉพาะที่มีขาย แต่ควรตรวจสอบว่าเป็นน้ำยาที่ไม่รุนแรงและเหมาะสมสำหรับการใช้งาน.
  4. ขัดเงาด้วยน้ำมัน: ใช้น้ำมันพืชบางประเภท เช่น น้ำมันมะลาว ลูบบนผิวสแตนเลสด้วยผ้านุ่มเพื่อเพิ่มความเงา.
  5. การขัด: ถ้าสแตนเลสมีรอยขีดข่วน, สามารถใช้ผ้าขัดหรือฟองน้ำที่เพื่อขัดเงา โดยเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกับเส้นขีดข่วนบนผิวสแตนเลส.
  6. รักษาสิ่งเจือปน: หากมีสิ่งเจือปนตกค้างบนผิว, เช่น น้ำยาจาน, สารเคมี, หรือเกลือ, ควรทำความสะอาดทันทีเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหาย.
  7. เช็ดให้แห้ง: หลังจากการทำความสะอาด, เช็ดให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าฝ้ายเพื่อไม่ให้มีคราบน้ำ.

ด้วยการดูแลและรักษาสแตนเลสอย่างถูกต้อง, จะทำให้สแตนเลสคงไว้ซึ่งความสวยงาม, เงางาม, และไม่เป็นสนิมได้อย่างยืนยาว.

ER80S-B2 กับ ER90S-B3 อะไรดีกว่ากัน

80s vs 90s

ER80S-B2 และ ER90S-B3 เป็นลวดเชื่อมโลหะผสมต่ำที่มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันเล็กน้อย การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะงานที่เฉพาะเจาะจง

Read more

การตั้งค่าความแรงของเครื่องกับ รอยเชื่อม MIG

การตั้งค่าความแรงของเครื่องกับรอยเชื่อม MIG

ตอนที่เราเชื่อม MIG นอกจากการเลือกเครื่องเชื่อมที่ดีแล้ว เลือกลวดให้เหมาะกับชิ้นงาน เลือกแก๊สให้เหมาะกับสิ่งที่เราจะเชื่อมแล้ว เราก็ยังต้องตั้งค่าตอนที่เราเชื่อมด้วย โดยการตั้งค่า จะมี 2 ส่วนคือ กระแสตอนเชื่อม และ ความเร็วของฟีดลวด และอีกส่วนคือการลากมือของเราตอนเชื่อม

รวมแล้วมีทั้งหมด 3 ส่วนที่เราต้องพิจารณา และนี่คือ รอยเชื่อม MIG แต่ละแบบที่ออกมา เวลาที่เกิดการทำอะไรมากเกินไป

Read more

Official Lunch Happy Metal ลาดหลุมแก้ว

สีของ Happy Metal แต่ละหมวดหมู่

สวัสดีครับ

Happy Metal ที่ลาดหลุมแก้ว ตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มทำการ 01 / 08 / 2567 นี้ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะช่วยลูกค้าได้มากไหมนะครับ พยายามเข้ามาหาลูกค้าให้มากกว่าเดิม

ร้านเดิมเป็น 97 สแตนเลส ขายอะใหล่หลายอย่าง แล้วมันปนกันมากไปหน่อย เลยพยายามเข้ามาอยู่ไกล้ลูกค้ามากอีก โดยหยิบของบางอย่างมาครับ

สินค้ามี 6 หมวดหมู่ คือ

  • งานเชื่อม
  • สกรู
  • เครื่องมือช่าง
  • อะใหล่งานเครื่องครัว
  • พวกมือจับประตูและเสาต่างๆ
  • ลูกล้องานเฟอร์นิเจอร์

ถึงสินค้าอาจจะไม่มีมากเท่า 97 สแตนเลส แต่ก็หวังว่าจะชอบกันนะครับ

ขอบคุณอย่างเป็นทางการครับผม
ทรงพล

รังสีที่อยู่ในงานเชื่อม TIG มีอะไรบ้าง

รังสีที่อยู่ในงานเชื่อม TIG มี 3 ประเภทหลัก:

  1. รังสีอัลตราไวโอเลต (UV): เป็นรังสีที่มองไม่เห็น มีพลังงานสูง สามารถทำให้ผิวไหม้และเป็นอันตรายต่อดวงตาได้
  2. รังสีอินฟราเรด (IR): เป็นรังสีความร้อน มองไม่เห็น สามารถทำให้ผิวไหม้และเป็นอันตรายต่อดวงตาได้เช่นกัน
  3. แสงที่มองเห็น (Visible Light): เป็นแสงที่เราสามารถมองเห็นได้ มีความเข้มสูงมากในงานเชื่อม อาจทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวหรือตาบอดชั่วคราวได้

ทังสเตนชนิดเดียวที่แผ่รังสี

ทังสเตนหัวแดง (WT20) เป็นทังสเตนชนิดเดียวที่แผ่รังสี เนื่องจากมีส่วนผสมของทอเรียม ซึ่งเป็นธาตุกัมมันตรังสี แม้ว่าปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาจะมีน้อย แต่ก็ควรระมัดระวังในการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูดดมฝุ่นที่เกิดจากการเจียรปลายทังสเตน

ทังสเตนชนิดอื่นๆ ไม่แผ่รังสี

ได้แก่:

  • ทังสเตนหัวเขียว (WP)
  • ทังสเตนหัวทอง (WL15, WL20)
  • ทังสเตนหัวเทา (WC20)
  • ทังสเตนหัวขาว (WZ8)

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

  • สวมหน้ากากเชื่อม: เพื่อป้องกันดวงตาจากรังสี UV, IR และแสงที่มองเห็น
  • สวมถุงมือและเสื้อผ้าป้องกัน: เพื่อป้องกันผิวจากรังสี UV, IR และความร้อน
  • ระบายอากาศ: ให้มีการระบายอากาศที่ดีในบริเวณที่ทำการเชื่อม เพื่อลดการสูดดมควันและฝุ่นที่อาจเป็นอันตราย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง: ไม่ควรสัมผัสชิ้นงานที่ร้อนจัดหลังจากการเชื่อม
  • ตรวจสอบอุปกรณ์: ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์เชื่อมและสายไฟให้อยู่ในสภาพดีก่อนใช้งาน

การเชื่อมสแตนเลสเกรด304 ควรใช้ทังสเตนสีอะไรดี?

การเชื่อมสแตนเลสเกรด 304 ด้วยวิธี TIG (Gas Tungsten Arc Welding) สามารถใช้ทังสเตนได้หลายสี แต่ละสีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ดังนี้

ทังสเตนหัวแดง (WT20 – 2% Thoriated Tungsten)

  • ข้อดี:
    • จุดอาร์คง่ายและเสถียรภาพของอาร์กดีเยี่ยม
    • ทนทานต่อการสึกหรอสูง ทำให้อายุการใช้งานยาวนาน
    • เหมาะสำหรับการเชื่อมทั้งกระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC)
  • ข้อเสีย:
    • มีกัมมันตภาพรังสีต่ำ แต่ควรระมัดระวังในการใช้งาน
    • ราคาสูงกว่าทังสเตนชนิดอื่น

ทังสเตนหัวเทา (WC20 – 2% Ceriated Tungsten)

  • ข้อดี:
    • จุดอาร์คง่ายและเสถียรภาพของอาร์กดี
    • ไม่ปล่อยกัมมันตภาพรังสี จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
    • เหมาะสำหรับการเชื่อมทั้งกระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC)
  • ข้อเสีย:
    • อายุการใช้งานสั้นกว่าทังสเตนหัวแดงเล็กน้อย

ทังสเตนหัวทอง (WL15 หรือ WL20 – Lanthanated Tungsten)

  • ข้อดี:
    • จุดอาร์กได้ดีและเสถียรภาพของอาร์กดี
    • ให้ความร้อนสูงกว่าทังสเตนชนิดอื่น ทำให้เชื่อมได้เร็วขึ้น
    • เหมาะสำหรับการเชื่อมกระแสตรง (DC)
  • ข้อเสีย:
    • อายุการใช้งานสั้นกว่าทังสเตนหัวแดงและหัวเทา
    • ไม่เหมาะสำหรับการเชื่อมกระแสสลับ (AC)

ทังสเตนหัวฟ้า (WZ8 – Zirconiated Tungsten):

  • ข้อดี:
    • ราคาถูกที่สุดในบรรดาทังสเตนทั้งหมด
  • ข้อเสีย:
    • จุดอาร์กยากและเสถียรภาพของอาร์กไม่ดีเท่าชนิดอื่น
    • อายุการใช้งานสั้นที่สุด
    • ไม่เหมาะสำหรับการเชื่อมสแตนเลสโดยตรง (มักใช้สำหรับงานเชื่อมอาร์กอลูมิเนียม)

สรุป

สำหรับการเชื่อมสแตนเลสเกรด 304 ด้วยวิธี TIG, ทังสเตนหัวแดง (WT20) และทังสเตนหัวเทา (WC20) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากมีคุณสมบัติในการจุดอาร์กที่ดี เสถียรภาพของอาร์กสูง และทนทานต่อการสึกหรอ